วัตถุประสงค์ของโครงการ

          จากนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนพัฒนาดังกล่าวข้างต้น การท่าเรือแห่งประเทศไทยในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบ จึงได้จัดทำแผนวิสาหกิจฉบับที่ 10 (ปีงบประมาณ 2553 – 2557) โดยกำหนดวัตถุประสงค์หลักประการหนึ่งคือการพัฒนาท่าเทียบเรือชายฝั่งให้สามารถรองรับปริมาณตู้สินค้าที่เพิ่มขึ้น เพื่อสนับสนุนนโยบายการเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งจากทางถนนมาสู่ระบบราง เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งโดยรวม และลดปัญหาการจราจรอีกทางหนึ่ง ดังนั้น กทท. จึงจำเป็นต้องเร่งดำเนินโครงการพัฒนาท่าเทียบเรือชายฝั่ง ซึ่งเป็นจุดต้นทาง/ปลายทางของตู้สินค้าที่จะขนส่งทางเรือชายฝั่ง และทางลำน้ำภายในประเทศ ระหว่างท่าเรือแหลมฉบังกับท่าเรือในแถบจังหวัดปัตตานี / สงขลา / สุราษฎร์ธานี / ประจวบคีรีขันธ์ และท่าเรือแถบแม่น้ำป่าสัก และแม่น้ำเจ้าพระยา ให้เพียงพอต่อการรองรับตุ้สินค้าที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมให้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งจากทางถนนมาสู่รูปแบบการขนส่งที่มีต้นทุนต่ำกว่า เพื่อพัฒนาภาพระบบโลจิสติกส์และเพิ่มขีดความ สามารถในการแข่งขันของประเทศต่อไป

          ท่าเรือแหลมฉบังมีพื้นที่ริมน้ำบริเวณก้นแอ่งจอดเรือที่ 1 ระหว่างท่าเทียบเรือ A1 และท่าเทียบเรือ A0 ความยาวประมาณ 150 เมตร พร้อมพื้นที่สนับสนุนบนฝั่งประมาณ 43 ไร่ พื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ริมน้ำ (Waterfront Area) มีความยาวค่อนข้างจำกัด แต่มีศักยภาพเพียงพอที่จะพัฒนาเป็นท่าเทียบเรือชายฝั่ง (ท่าเทียบเรือ A) เพื่อรองรับเรือสินค้าขนาดเล็กได้ ซึ่งจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ กทท. และส่วนรวมได้สูงกว่าการใช้ประโยชน์รูปแบบอื่น และสามารถสนับสนุนนโยบายการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการปรับเปลี่ยนรูปแบบ การขนส่งจากทางถนนไปสู่การขนส่งทางน้ำโดยเรือชายฝั่งและเรือลำเลียงได้ด้วย

          ในปี พ.ศ. 2553 กทท. ได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาดำเนินการศึกษา วิเคราะห์โครงการ และออกแบบรายละเอียดสำหรับการก่อสร้างโครงการท่าเทียบเรือชายฝั่ง (ท่าเทียบเรือ A) ซึ่งคณะกรรมการการท่าเรือแห่งประเทศไทย ได้มีมติเห็นชอบรายงานการศึกษาและออกแบบฉบับสมบูรณ์ (Final Report) รวมทั้งงบประมาณการลงทุน แผนการลงทุน และรูปแบบการลงทุนของโครงการแล้ว โดยจะทำการก่อสร้างท่าเทียบเรือชายฝั่ง (ท่าเทียบเรือ A) ซึ่งมีขนาดของแอ่งจอดเรือเท่ากับ 120 x 125 เมตร ความลึก 10 เมตร (MSL) ให้สามารถรองรับเรือชายฝั่งขนาดระวางบรรทุก 3,000 DWT ขนตู้สินค้าได้คราวละ 200 TEU และขนาด 1}000 DWT ขนตู้สินค้าได้คราวละ 100 TEU ได้อย่างละ 1 ลำ พร้อมกันในเวลาเดียวกัน เพื่อให้มีความสะดวกและปลอดภัยในการเข้าออกท่า รวมทั้งให้สามารถใช้ประโยชน์พื้นที่หน้าท่าและหลังท่าสูงสุด พร้อมติดตั้งปั้นจั่นหน้าท่า และปั้นจั่นจัดเรียงตู้สินค้าในลาน เพื่อให้รับตู้สินค้าได้ถึง 300,000 TEU/ปี นอกจากนี้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติได้มีมติให้ความเห็นชอบรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2556 โดยให้ กทท. นำความเห็นของคณะกรรมการฯ เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา ตามมาตรา 45 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ต่อไป

Visitors: 28,097