ความเป็นมาของโครงการ

 

          เนื่องจากปัจจุบันการกระจายสินค้าระหว่างท่าเรือแหลมฉบัง กับพื้นที่หลังท่าส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 90 ใช้รูปแบบการขนส่งทางถนนเป็นหลัก ซึ่งเป็นรูปแบบที่สิ้นเปลืองทั้งพลังงาน และยังมีผลกระทบด้านสังคมและสิ่ง แวดล้อมสูงมาก มีการขนส่งทางรางเพียงร้อยละ 9 และทางชายฝั่งและลำน้ำประมาณร้อยละ 2 เท่านั้น นอกจากนี้ในปัจจุบันท่าเรือแหลมฉบังยังไม่มีท่าเทียบเรือที่ให้บริการแก่เรือชายฝั่งเป็นการเฉพาะ ทำให้เรือชายฝั่งต้องเข้าเทียบท่าที่ท่าเทียบเรือระหว่างประเทศ เพื่อขนถ่ายตู้สินค้าส่งออกขึ้นท่า รอบรรทุกลงเรือสินค้าระหว่างประเทศ หรือรับตู้สินค้าขาเข้าจากท่าเทียบเรือระหว่างประเทศโดยตรง ทำใหเกิดปัญหาตารางเวลาหรือเทียบท่าเรือระหว่างประเทศ และเกิดค่าใช้จ่ายในการยกขน และเคลื่อนย้ายตู้สินค้า รวมทั้งมีต้นทุนเรือคอยเทียบท่า (Waiting Time) ค่อนข้างสูง

          ขณะนี้การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ได้ให้เอกชนร่วมลงทุนบริหารและประกอบการท่าเทียบเรือ A0 เป็นท่าอเนกประสงค์และท่าชายฝั่ง ซึ่งสามารถรับเรือสินค้าระหว่างประเทศและเรือชายฝั่งได้ในเวลาเดียวกัน โดยแผนธุรกิจของท่าเทียบเรือดังกล่าวมีลักษณะผสมผสานการให้บริการ ทั้งแก่ตู้สินค้าระหว่างประเทศจากเรือคอนเทนเนอร์ สินค้าประเภทหีบห่อและสินค้าโครงการ (Project Cargo) จากเรือสินค้าทั่วไปและสินค้าที่บรรทุกมาบนยานพาหนะ (Ro/Ro) ที่ขนส่งภายในประเทศและระหว่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ โดยมีแผนรับเรือตู้สินค้าทางชายฝั่งและทางลำน้ำเพียงบางส่วน ดังนั้น ผู้ใช้บริการทั่วไปจึงยังมีความต้องการให้มีท่าเทียบเรือชายฝั่งที่ท่าเรือแหลมฉบังเป็นการเฉพาะเพื่อให้บริการเป็นท่าสาธารณะอย่างแท้จริง ให้เพียงพอที่จะรองรับและให้เกิดความมั่นใจในการขยายธุรกิจการขนส่งตู้สินค้าทางชายฝั่ง และทางลำน้ำมายังท่าเรือแหลมฉบังที่มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต โดยเฉพาะการขนส่งสินค้าทางเรือชายฝั่งในเส้นทางหลักระหว่างท่าเรือในแถบจังหวัดปัตตานี / สงขลา / สุราษฎร์ธานี / ประจวบคีรีขันธ์ / ท่าเรือแหลมฉบัง ให้มากขึ้น รวมทั้งการขนส่งตู้สินค้าทางลำน้ำจากแม่น้ำป่าสัก และแม่น้ำเจ้าพระยา ไปยังท่าเรือแหลมฉบังโดยใช้เรือลำเลียง ก็มีแนวโน้มเพิ่งมากขึ้นเช่นกัน

          จากรายงานผลการศึกษาของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร พบว่ามีภาคเอกชนริเริ่มลงทุนพัฒนาท่าเทียบเรือและสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่อง (ICD) ที่บริเวณริมแม่น้ำป่าสัก อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนคร ศรีอยุธยา เพื่อขนส่งตู้สินค้ามายังท่าเรือแหลมฉบังโดยเรือลำเลียง ซึ่งรายงานดังกล่าวได้เสนอแนะให้มีมาตรการสนับสนุนการสร้างท่าเรือสาธารณะภายในประเทศที่ท่าเรือแหลมฉบัง โดยคิดค่าใช้จ่ายในการยกสินค้าขึ้นลง และค่าเคลื่อนย้ายสินค้าต่ำกว่าท่าเทียบเรือระหว่างประเทศ และให้มีหลักปฏิบัติพิเศษเฉพาะที่แตกต่างกันอีกด้วย

          นอกจากนี้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2550 – 2559) ยังได้กำหนดยุทธศาสตร์การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้สมดุลและยั่งยืน โดยในส่วนของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบริการโลจิสติกส์เพื่อสนับสนุนการปรับโครงสร้างการผลิตนั้น กำหนดให้มีการสนับสนุนการใช้รูปแบบและวิธีการบริหารจัดการขนส่งเพื่อประหยัดพลังงาน โดยเฉพาะระบบขนส่งทางราง ทางน้ำ และทางท่อให้มากขึ้น

 

แสดงแผนที่แสดงที่ตั้งโครงการ

Visitors: 23,492